พระราชวังท็อกซู

korea-08

มาต่อกันด้วยพระราชวังท็อกซูซึ่งเป็นพระราชวังลำดับที่ 4 และเป็นหนึ่งใน 5 พระราชวังสำคัญที่คนที่ไปทัวร์เกาหลีต้องมาเยี่ยมชมให้ได้ ต้องบอกครับว่าพระราชวังแห่งนี้มีความยิ่งใหญ่มากๆ ทั้งในด้านของขนาดและประวัติศาสตร์ความเป็นมาดังนั้นเราไปทราบประวัติกันไว้เพื่ออรรถรสในการไปทัวร์เกาหลีครั้งต่อไปกันครับ

พระราชวังท็อกซู เดิมเป็นที่ประทับขององค์ชายวอลซาน พระเชษฐาในพระเจ้าซองจงหรือองค์ชายชาซาน ซึ่งในช่วงระหว่างสงครามเจ็ดปี ที่นี่ได้กลายเป็นพระราชวังหลวงชั่วคราวโดยพระเจ้าซอนโจเป็นกษัตริย์องค์แรกที่เสด็จมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้ และองค์ชายควางแฮกุนก็ได้กระทำพิธีสวมมงกุฎที่นี่อีกด้วย ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อพระราชวังแห่งนี้เป็น คย็อนกุนกุง  หลังจากที่ทางราชสำนักได้กลับไปสร้างพระราชวังซังด็อกขึ้นมาใหม่ พระราชวังแห่งนี้ก็ได้เป็นพระราชวังรองตลอด 270 ปี และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ซอกุงอันหมายถึงพระราชวังตะวันตก

ต่อมาหลังจากเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง พระเจ้าโกจงได้ทรงลี้ภัยเข้าไปประทับในสถานทูตรัสเซีย หลังจากนั้นพระองค์ได้กลับมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้ และได้เปลี่ยนชื่อกลับเป็นคย็อนกุนอีกครั้ง หลังจากที่ทรงย้ายกลับมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้แล้วได้โปรดให้มีการขยายและเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกในพระราชวัง หลังจากทรงสละราชสมบัติให้สมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง พระราชโอรสก็ทรงประทับที่พระราชวังแห่งนี้และได้เปลี่ยนชื่อพระราชวังเป็น      ท็อกซูกุง จนถึงทุกวันนี้  ปัจจุบันพระราชวังท็อกซูอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเกาหลีและได้ดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์มีสวนป่าและมีพระบรมรูปพระเจ้าเซจงมหาราชให้คนที่ทัวร์เกาหลีได้ไปกราบสักการะและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ทัวร์เกาหลีในรูปแบบชมป้อมฮวาซอง

korea-056

สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักทัวร์เกาหลีมีให้เลือกสรรอย่างมากมายด้วยกัน   หลากหลายสถานที่สำหรับการทัวร์เกาหลีในแต่ละครั้ง  อาจจะทำให้นักทัวร์เกาหลีมักจะลืมไม่ลง   เพราะบรรยากาศที่แอบแฝงไปด้วยกลิ่นไอแห่งความสุขและความสงบแบบสไตล์เกาหลีนั้น  นักทัวร์เกาหลีตัวยงก็คงจะรับรู้ได้ว่ามักจะหาที่ไหนไม่ได้  นอกจากการทัวร์เกาหลีแบบเต็มอิ่มนั่นเอง

              เมื่อสถานที่ทุกสถานที่เป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมของประเทศเกาหลี   ความเป็นเกาหลีก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นดินแดนอาทิตย์อุทัยที่นักทัวร์เกาหลีส่วนใหญ่อยากจะไปสัมผัสแบบเต็ม ๆ สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อทำการทัวร์เกาหลีหลากหลายสถานที่ด้วยกัน   ที่บ่งบอกถึงความเป็นชาวเกาหลีอย่างน่าอัศจรรย์   และสถานที่ท่องเที่ยวอีกสถานที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อแห่งความมีกลิ่นไอในรูปแบบวัฒนธรรมโบราณของประเทศเกาหลี  คือ   ป้อมฮวาซอง  นั่นเอง   สำหรับการทัวร์เกาหลีในรูปแบบการเดินชมป้อมฮวาซอง  มีสองทางให้เลือกด้วยกัน  ทางหนึ่งคือการเดินด้วยลำแข้งของตนเองสำหรับนักทัวร์เกาหลีและนักท่องเที่ยวตัวยง    และอีกทางจะเป็นการนั่งรถหัวมังกรเพื่อทำการชื่นชมกับบรรยากาศรอบ ๆ ป้อมฮวาซอง  แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหรือนักทัวร์เกาหลีที่มีเวลาซักประมาณ 3 4 ชั่วโมงสำหรับสถานที่แห่งนี้   อยากจะแนะนำว่าให้สัมผัสบรรยากาศกลิ่นไอความเป็นเกาหลีกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้   ด้วยการเลือกทางที่หนึ่งคือการเดินด้วยลำแข้งของตนเอง   ถึงแม้ระยะค่อนข้างจะดูยาวไกลออกไป  แต่เชื่อเถอะว่าสถานที่แห่งนี้จะทำให้นักทัวร์เกาหลีลืมเหนื่อยไปได้อย่างง่าย ๆ เมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศและได้มีการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้อย่างที่ไม่ต้องกังวล

เทศกาลฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว

สำหรับการทัวร์เกาหลีในช่วงเทศกาลแต่ละฤดูที่สำคัญ  ซึ่งประกอบไปด้วยการทัวร์เกาหลีในช่วงเทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเทศกาลภาพยนตร์เมืองปูซาน เทศกาลในฤดูร้อน เทศกาลในฤดูใบไม้ร่วง และเทศกาลในฤดูหนาว ถือได้ว่าเป็นไฮไลต์แห่งการทัวร์เกาหลีสำหรับนักท่องเที่ยวที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวจะได้พบกับเทศกาลต่าง ๆ ในช่วงฤดูที่นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจในการเดินทางทัวร์เกาหลีได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยง ในรูปแบบโปรแกรมทัวร์ที่นักท่องเที่ยวเป็นคนเลือกสรรให้กับตนเองได้ดั่งใจ เพราะกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลที่สำคัญของแต่ละฤดูย่อมมีความแตกต่าง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องค้นหาเพื่อให้สามารถค้นพบความสุขในรูปแบบที่ซ้ำกันอย่างน่าอัศจรรย์

โดยเฉพาะเทศกาลในช่วงฤดูร้อน เทศกาลในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเทศกาลในช่วงฤดูหนาว ซึ่งทั้ง 3 ฤดูนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทัวร์เกาหลีจะได้พบกับเทศกาลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1.เทศกาลโคลนโพเรียง ในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเทศกาลโคลนโพเรียงที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องสนุกสนานไปกับการนวดโคลน หรือแม้กระทั่งการเพ้นท์ร่างกายด้วยโคลนและอื่น ๆ ไฮไลต์ที่สร้างความสนุกสุดขีดคือการเล่นสไลเดอร์บนโคลน การเล่นถังโคลนยักษ์ พร้อมทั้งมีการแข่งขันเกมส์ต่าง ๆ เพื่อชิงรางวัลอย่างมากมาย

2.เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดอง ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลนี้จะถูกจัดขึ้นที่ริมแม่น้ำในหมู่บ้าน โดยมีการแสดงระบำหน้ากากฮาโฮเป็นจุดเด่น รวมไปถึงระบำหน้ากากของเกาหลีและของต่างประเทศ พร้อมทั้งมีการแสดงละคร ฮาโฮเบียวซินกุต ทัลลอรี และการแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สามารถทำให้เจริญตาเจริญใจได้อย่างดีเยี่ยม

3.เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง ในช่วงฤดูหนาว เทศกาลนี้มีขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น จนสามารถเรียกนักท่องเที่ยวให้เข้าโปรแกรมทัวร์เกาหลีได้เป็นจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งการท่องเที่ยวที่สนุกสนานมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ โดยที่นักท่องเที่ยวจะได้จับปลาตัวเป็น ๆ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ด้วยสองมือของท่านเอง ด้วยการเจาะน้ำแข็งและใช้อุปกรณ์ตกปลาเป็นตัวล่อ นักท่องเที่ยวจะได้รับประทานปลาสด ๆ พร้อมทั้งเดินเล่นบนลานน้ำแข็งไปในตัว

สอนวิธีการเลือกซื้อโสมให้ได้ของดี ราคาถูก

ไปเที่ยวกับทัวร์เกาหลีราคาถูก ทั้งที่ จะซื้อของฝากกลับมานี่ก็ต้องได้ของจากต้นตำรับ ดังนั้น     ทัวร์ราคาถูก จึงขอแนะนำวิธีซื้อโสมเกาหลีมาบอกกัน 

โดยปกติโสมเกาหลีจะถูกเก็บเกี่ยวหลังจากการปลูกเป็นเวลา 4-6 ปี รากโสมที่ขุดได้ใหม่สด จะเรียกว่า “ซูซัม” จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 75% จึงมักจะเน่าเสียได้ง่าย ทำให้ยากในการเก็บรักษาโสมสดให้นานกว่า 1 สัปดาห์ จึงได้เกิดกรรมวิธีในการรักษารากโสมให้แห้งหรือที่เรียกว่า “โสมขาว” “โสมแดง” หรือ ราชาแห่งโสม ได้จากการนำรากโสมที่มีอายุ 6 ปีและต้องมีคุณภาพดี ที่ผ่านการเลือกสรรแล้ว มาผ่านขบวนการอบไอน้ำ และอบแห้งด้วยความพิถีพิถันทำให้ได้โสมที่ยังคงรูปร่างเดิม เพียงแต่สีเท่านั้นที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง และยังสามารถเก็บได้นานกว่า เกรดของโสมมี 3 ชนิด คือ โสมสวรรค์ (Heaven) โสมโลก (Earth) โสมชั้นดี (Good) ขบวนการผลิตโสมแดงนี้ ทำให้เกิด สารจินซีโนซายด์ มากถึง 26 ชนิด ในขณะที่โสมชาวมี 23 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในขณะที่โสมที่มาจากแหล่งอื่นมีเพียง 8-15 ชนิดเท่านั้น โสมพืชสมุนไพร นี้มีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้พลังงานและความมีชีวิตชีวา เหมาะสมสำหรับผู้ที่รู้สึกหมดกำลัง เหนื่อยล้า หรือไม่ตื่นตัว หอบหืด โรคกระเพราะ ความดัน เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดได้เพราะเป็นบ่อเกิดของโรคหัวใย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โสมไม่ใช่เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ให้ผลเฉพาะครั้งที่รับประทานซึ่งทำให้เหนื่อยล้ามากว่าเดิม หลังจากหมดฤทธิ์ และยังทำให้อย่างรับประทานเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้น ส่วนโสมแตกต่างออกไป โดยผู้ทานโสมจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด แต่โสมจะค่อย ๆ เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ทานอย่างช้า ๆ การบริโภคโสมอย่างสม่ำเสมอจะนำมาซี่งสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังงานเพียงพออย่างต่อเนื่องและทำให้กระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาขึ้น รากของโสมที่นำมาผ่านขั้นตอนกรรมวิธีในการผลิตต่าง ๆ แล้ว จะมีหลายประเภท เช่น ประเภทรากโสม รากโสมผสมน้ำผึ้ง โสมเป็นไซรับ โสมเป็นผง หรือโสมที่บรรจุเป็นแคปซูล

1. รากโสม รากโสมจะเป็นราก ๆ ที่บรรจุใส่กล่องเหล็กมีประมาณ 15 ตัวขึ้นไป นิยมนำมาต้มโดยใส่ประมาณ 1-2 ราก ต่อน้ำ 3 แก้ว แล้วเคียวด้วยไฟอ่อน ประมาณ 2 ชั่วโมง (ไม่ควรต้มในหม้อเหล็ก) ระวังอย่าให้ตัวโสมไหม้ พอโสมอ่อนตัวลง ก็นำมาใช้ประกอบอาหารได้ตามอัธยาศัย

2. รากโสมผสมน้ำผึ้ง รกโสมผสมน้ำผึ้งนี้ จะบรรจุในพลาสติก แล้วนำใส่กล่องเหล็กอีกที วิธีใช้ คือ นำรากน้ำผึ้งมาหั่นบาง ๆ ประมาณ 2 มิลลิเมตร แล้วเคี้ยวทานได้เลย เคี้ยวได้หลายครั้งในแต่ละวัน พยายามเคี้ยวทานอย่างสม่ำเสมอ หรือ อาจจะเอาชิ้นที่หั่นบาง ๆ นั้นมาใส่ในเครื่องดื่มที่ท่านโปรดปรานก็ได้

3. โสมที่เป็นไซรับ หรือคล้ายน้ำผึ้ง อันนี้จะถูกบรรจุใส่ขวดแก้ว แล้วจะนำมาบรรจุใส่กล่องไม้อีกทีหนึ่ง ในหนึ่งกล่องจะประกอบด้วยจำนวน 6 ขวด วิธีใช้ ก็คือ ใช้ช้อนที่บรรจุด้านในตักโสมสกัดด้านในแค่ 1 ช้อน ใส่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ผสมน้ำผึ้งบริสุทธิ์ แล้วคนให้เข้ากัน แล้วดื่นทาน ดื่มวันละประมาณ 2-3 ครั้ง

4. โสมผง โสมผงจะมีลักษณะเป็นสีขาว ที่ถูกบรรจุในขวดพลาสติกทึบ แล้วใส่ในกล่องไม้อีกที ใน 1 กล่องจะมี 6 ขวด วิธีใช้ก็คือ ตักโสมผง 1 ช้อนลงในน้ำร้อนแล้วใส่น้ำตาล หรือน้ำผึ้งเพื่อปรับรสชาติให้น่าทาน หรือว่าจะตักโสมผง 1 ช้อนลงในเครื่องดื่มที่ท่านชอบก็ได้ รับประทานวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับท่านสุภาพสตรี โสมผงยังสามารถใช้เป็นยาบำรุงผิวพรรณได้ด้วย คำ นำเอาส่วนไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง มาแล้วตักโสมผง1 ช้อน จากนั้นตีเข้าด้วยกัน หั่นแตงกวาออกเป็นชิ้นบาง ๆ นำมาชุบในส่วนผสมให้มาด ๆ แล้ว พอกไว้ที่หน้าประมาณ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้ผิวพรรณดีขึ้น รักษาสิวฝ้า และโรคผิวหนังบริเวณใบหน้า

5. โสมเม็ด โสมเม็ดนี้จะถูกบรรจุลงในขวด แล้วบรรจุใส่ในกล่องกระดาษแข็งอีกครั้ง ใน 1 กล่อง จะบรรจุประมาณ 100-200 เม็ด โสมเม็ดนี้จะเหมาะสำหรับท่านที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก เพราะสามารถนำมาทานได้ทันที รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง